แชร์เนื้อหานี้
สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

หากคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว สิ่งนึงที่ทุกคนควรรู้เอาไว้ในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้ว นั่นก็คือการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมันคือเรื่องนึงที่ควรศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำยาที่คุณซื้อมาใช้

หลายคนคงเห็นตามคอมเม้นท์ต่างๆในกลุ่มน้ำยาบุหรี่ทางสื่อโซเชียลต่างๆ

“เห้ยน้ำยาแม่งห่วยหวะ มีกลิ่นแปลกๆ” “ทำไมน้ำยามีกลิ่นเคมีครับพ่อค้า” “ทำไมไม่เห็นนัวเลยครับ?”

เนื่องด้วยสาเหตุที่ว่า ผู้ผลิตน้ำยาเพียงบางรายเท่านั้น รับผลิตตามออเดอร์ของลูกค้า โดยผลิตส่งให้ลูกค้าโดยทันที โดยไม่ได้ทำการสตีฟและบรีทให้ลูกค้า จึงเกิดการที่น้ำยายังมีกลิ่นเคมี และ แอลกอฮอล์ตกค้างอยู่ในน้ำยา ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อการสูบของผู้ใช้งานอย่างแน่นอน และส่วนใหญ่ก็ได้รับคำตอบจากพ่อค้าผู้ผลิตว่า..

“ลูกค้าต้องเอาไปสตีฟเพิ่มนะครับ”

ซึ่งลูกค้าคือ อิหยังวะ อะไรคือสตีฟวะชิบหาย ต้องทำยังไงวะ?

ซึ่งเนื้อหาบทความนี้ จะมาแนะนำวิธีการสตีฟน้ำยาที่ถูกต้อง ให้กับผู้ผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และ ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า ได้นำไปใช้และประยุกต์กัน เพื่อให้กลิ่นและรสชาติของน้ำยานั้นดีขึ้น

การ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร?

การสตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า คือ กระบวนการที่ปล่อยให้ส่วนผสมต่างๆในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ผสมเข้ากันในระดับโมเลกุล เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนผสมต่างๆ จำพวก หัวกลิ่นผสมอาหาร PG VG รวมถึงสารนิโคติน จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้น้ำยามีรสชาติที่ดีขึ้น มีความนัวเพิ่มมากขึ้น

เปรียบเสมือนกับการ บ่มไวน์องุ่นที่ต้องใช้ระยะเวลาในการหมัก แต่ไวน์นั้นเป็นการหมักตัวของยีสต์ในน้ำองุ่น แต่กับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว คือการที่มีสาร PG ทำการเจือจางและรวมส่วนผสมของน้ำยาให้เข้ากันในโมเลกุล

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บางทีหัวกลิ่นผสมอาหารนั้น ยังแสดงความชัดของกลิ่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจเป็นล็อตผลิตใหม่จากโรงงานผลิต โดยที่มันจะเป็นหัวเชื้อกลิ่นเพียวๆแล้วนำมาเจือจางกับ PG (propylene glycol) อีกทีนึง และสาร PG นี้ก็มีกลิ่นเคมี

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผู้ผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จึงมักเลือกซื้อหัวกลิ่นผสมอาหารของล็อตเก่าๆ เพราะว่า หัวกลิ่นนั้นมีความชัดของกลิ่นที่สมบูรณ์แล้ว จึงช่วยลดระยะเวลาในการสตีฟน้ำยาบุหรี่ลง เพื่อส่งขายให้กับลูกค้าได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ระยะเวลาในการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ แล้วเราจะสตีฟน้ำยานานแค่ไหน ถึงจะนำมาสูบได้ แล้วได้กลิ่นรสชาติที่ดีที่สุด ที่ควรจะเป็น ระยะเวลาขนาดไหนกำลังดี? โดยปกติแล้วหลังจากที่ผสมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สดๆใหม่ๆ

เราควร สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นระยะเวลา 30 วัน คือขั้นต่ำ

เพื่อให้สะสาร ส่วนผสม ของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าต่างๆ รวมตัวเข้ากันในโลเลกุล และแสดงผลของกลิ่นนั้นๆได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

เมื่อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีอายุมากขึ้น สีของน้ำยาก็จะเริ่มเข้มขึ้น และมีกลิ่นรสชาติที่ดีขึ้น ส่วนผสมต่างๆรวมตัวเข้ากันมากขึ้น น้ำยามีความนุ่มละมุนมากขึ้น คำถามต่อมาคือ

แล้วถ้าเราสตีฟไว้เป็นปีหล่ะ แล้วน้ำยาจะนัวขึ้นไหมครับแอดบัง

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องถึงปีครับ โดยปกติแล้ว อายุน้ำยา 2 เดือนขึ้นไปคือมีประสิทธิภาพของกลิ่นและรสชาติที่ดีที่สุดของมันแล้ว ไม่จำเป็นต้องสตีฟถึงปีแต่อย่างใด และที่สำคัญ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานของมัน ซึ่งราวๆ ปีกว่าๆถึงสองปี น้ำยาก็จะเริ่มมีกลิ่นหืน มีกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้ว สารนิโคตินสกัดจากพืชใบยาสูบ มันมีการเน่าเสียได้

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องสตีฟเป็นแรมปีเลย ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นและรสชาตินัวขึ้นแต่อย่างใด

จำเป็นต้องสตีฟน้ำยาไหม?

สิ่งนึงที่ทุกคนควรรู้คือ น้ำยาบุหรี่ที่คุณซื้อมานั้น มีอายุน้ำยาเท่าไหร่แล้ว ซึ่งน้ำยาบางยี่ห่อก็ได้ระบุไว้ที่ฉลากถึงวันที่ผลิตและวันหมดอายุการใช้งานของน้ำยา แต่บางยี่ห่อนั้นไม่ได้ระบุไว้ โดยเฉพาะน้ำยาที่เป็น Hand Crafted ที่ไม่ได้ผลิตโดยเครื่องจักร และไม่ได้ระบุวันที่ผลิตให้แก่ผู้ซื้อได้ทราบ

ดังนั้นเราควรต้องรู้ว่า ผู้ผลิตนั้นเริ่มผลิตตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ แล้วทำการสตีฟน้ำยาให้เราเรียบร้อยแล้วหรือไม่? สตีฟแล้วเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ เราผู้บริโภคจำเป็นต้องทราบข้อมูลเหล่านี้จากพ่อค้า ผู้ผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้างาน Hand Crafted

หากผู้ผลิตได้บอกว่า “ลูกค้าต้องเอาไปสตีฟเพิ่มนะครับ” นั่นหมายความว่า ผู้ผลิตได้ทำการผสมแล้วทำการขายต่อให้กับลูกค้าเลย โดยไม่ได้ผ่านการสตีฟ (Steeping) และการบรีท (Breathing) น้ำยามาก่อน

การบรีทน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร ต่างจากการสตีฟน้ำยาอย่างไร?

การบรีท น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

การบรีทน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-liquid Breathing นั้นหากแปลตรงตัวก็คือ “การหายใจของน้ำยา” นั่นก็คือการเอาน้ำยามาหายใจ ด้วยการเปิดฝา หรือ เปิดทิ้งไว้ให้ได้โดนอากาศภายนอก จุดประสงค์คือ เพื่อต้องการให้สารเคมีและแอลกอฮอล์ที่อยู่ในน้ำยา ระเหยออกไปจนหมด

นี่คือวิธีการไล่กลิ่นเคมี กลิ่นที่เราไม่ต้องการออกไปจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าของเรา จำพวก กลิ่นเคมี กลิ่นแอลกอฮอล์ แต่มันก็จะไล่กลิ่นของหัวกลิ่นบุหรี่ไฟฟ้าของเราตามไปด้วย ซึ่งหากเราทำอย่างถูกวิธี น้ำยาของเราก็จะไม่สูญเสียกลิ่นที่ดีออกไปมากนัก แต่เราจะไล่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของน้ำยาออกไปจนหมด

วิธีก็คือ เมื่อเราทำการสตีฟน้ำยาไว้ระยะเวลานึงแล้ว พวกสารเคมีต่างๆ รวมถึงแอลกอฮอล์จะไปรวมตัวกันอยุ่ที่ด้านบนของขวดน้ำยา ให้เราทำการเปิดขวด เปิดฝาแล้วตั้งทิ้งไว้ เป็นระยะเวลา 20-24 ชั่วโมงก็เพียงพอ จากนั้นปิดฝา แล้วเขย่าให้เข้ากันเป็นฟอง แล้วก็สตีฟทิ้งไว้เพิ่ม ทำซ้ำๆประมาณ 2-3 รอบ หรือ มากกว่านั้นจนกว่าจะพอใจ

การสตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยให้กลิ่นรสชาตินัวขึ้นจริงหรือ?

ต้องขอบอกก่อนว่า การสตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า นั้นช่วยให้กลิ่นและรสชาติของน้ำยาดีขึ้นมาในระดับนึง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย อย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ มันจะกลิ่นโทนๆเดิม

ถ้าหากน้ำยามันห่วย สตีฟนานแค่ไหนก็ยังห่วยเหมือนเดิมแหละครับ

แต่การสตีฟน้ำยานั้น จะช่วยให้กลิ่นและรสชาติของน้ำยาดีขึ้นมาเพียงเล็กน้อย บางครั้งผู้ผลิตน้ำยาใช้หัวกลิ่นล็อตใหม่ ซึ่งเบสกลิ่นนั้นๆอาจจะยังไม่แสดงกลิ่นที่ออกมาได้ชัดเจนและดีพอเท่าที่ควรจะเป็น

ยกตัวอย่าง ผู้ผลิตน้ำยารายนึง ทำกลิ่น Strawberry Milk Shake ซึ่งโดยบริบทแล้ว กลิ่นสตอเบอรี่จะต้องนำมาเด่นสุด แล้วตามด้วยกลิ่นปลายอย่าง Mike Shake แต่ผู้ผลิตใช้หัวกลิ่น Strawberry ล็อตใหม่ แล้วยังไม่ได้ทำการสตีฟ จึงทำให้กลิ่นสตอเบอรี่ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ผลคือ กลิ่น Mike Shake ได้กลบกลิ่นสตอเบอรี่ออกไป โดยที่กลิ่น Milk Shake เด่นแทนสตอเบอรี่ ซึ่งจะเป็นยังไงครับทุกคน แน่นอนว่าต้องเลี่ยนอ้วกแตกแน่นอน

แต่หากผู้ผลิตทำการสตีฟให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว กลิ่น Strawberry จะโดดเด่นออกมาชัด แล้วปลาย Milk Shake ตามมา ซึ่งจะทำให้ลงตัว นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง น้ำยาที่สตีฟเรียบร้อยแล้ว กับ น้ำยาที่ยังไม่ได้สตีฟ

ถามว่านัวขึ้นไหม? มันก็ขึ้นอยู่กับ ส่วนผสมและเลเยอร์ในการออกแบบกลิ่นของผู้ผลิตแต่ละเจ้า ซึ่งบางกลิ่นอย่างจำพวก ผลไม้ๆ มันจะไปนัวขึ้นยังไงก่อน?

น้ำยามาเล น้ำยาเมกา หรือ น้ำยานำเข้าจากต่างประเทศ ต้องสตีฟน้ำยาไหม?

โดยปกติแล้ว พวกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ที่นำเข้าจากต่างประเทศนั้น อยู่ในโกดังของโรงงานก็ระยะเวลานึงแล้ว ไหนจะระยะเวลาในการขนส่งจากต่างประเทศจนมาถึงไทย ก็กินเวลาแรมเดือนแล้วครับ ดังนั้นทุกคน ไม่ต้องสตีฟน้ำยาที่นำเข้าจากต่างประเทศเหล่านี้เพิ่มเลย สามารถแกะฝาแล้วใช้งานสูบได้เลย

แต่น้ำยาที่ผลิตในประเทศ อย่าง น้ำยาไทย นั้นหลายแบรนด์ต้องดูให้ดีนะครับ เพราะผลิตสดใหม่ในประเทศ อาจจะได้รับน้ำยาที่ไม่ได้สตีฟไว้ให้ลูกค้า เป็นน้ำยาที่มีอายุน้อย และยังไม่ได้ทำการบรีทแต่อย่างใด ดูดไปคอพังเอาได้นะเออ ดังนั้นจึงต้องเลือกกับแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ และ บอกระยะเวลาในการสตีฟที่ชัดเจน

วิธีการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีแบบไหนบ้าง?

วิธี สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

แอดบังครับ ไม่อยากสตีฟน้ำยานานๆเลย มีวิธีไหนเร็วๆไหมครับ ผมวัยรุ่นใจร้อนอะครับแอด

ถ้าอยากได้วิธีเร่งเวลาสตีฟน้ำยานั้น มันก็มีวิธีอยู่ โดยจะแบ่งเป็น 3 วิธีดังนี้

  • สตีฟน้ำยาโดยใช้การเขย่า เป็นวิธีเร่งการสตีฟน้ำยาแบบง่ายๆเลย ซึ่งเมื่อเราทำการเขย่าขวดแล้ว พวกส่วนผสมต่างๆ ในน้ำยานั้น จะกระจายตัว แล้วเกิดการรวมตัวกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งบางทีมันก็ไม่ได้เกิดการรวมตัวเป็นระดับโมเลกุล เราจึงต้องหมั่นเขย่าขวดให้เกิดฟอง แล้วให้ตัวน้ำยาทำการรวมตัวของส่วนผสมต่างๆอีกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้ลดระยะเวลาในการสตีฟน้ำยาลงอย่างมาก
  • สตีฟน้ำยาโดยใช้อุณภูมิ การใช้อุณหภูมิเข้าช่วย เป็นวิธีการที่ค่อนข้างยุ่งยาก การใช้อุณหภูมิที่อุ่น จะช่วยให้สาร VG เกิดการคลายตัว อ่อนตัวลง ซึ่งจะช่วยให้ส่วนผสมต่างๆของน้ำยารวมตัวเข้ากันในระดับโมเลกุลได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งการใช้ความอุ่นนั้น ก็แล้วแต่ไอเดียทุกท่านเลย อาจจะเก็บไว้ในห้องทึบๆโดยไม่เปิดแอร์ช่วงกลางวัน หรือ แนะนำว่า เอาไปแช่ในน้ำอุ่นก็ช่วยได้ครับทุกคน
  • สตีฟน้ำยาโดยปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ หากใครไม่รีบก็ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆนั่นแหละครับ หรือปล่อยลืมมันไปเลยก็ได้ เอาไปเก็บใส่กล่องทึบ ไม่มีแสงนะ นึกขึ้นได้ค่อยหยิบมาสูบละกันนะครับทุกคน

วิธี เพิ่มความเร็วในการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ทำยังไงให้นัวเร็ว

อ่านต่อคลิ๊ก

ข้อควรระวัง ในการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

การสตีฟน้ำยานั้นส่งผลเรื่องของกลิ่นและรสชาติ นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่มันก็มีข้อที่ไม่ดี และข้อควรระวังที่ทุกคนควรต้องรู้เอาไว้ด้วยเช่นกัน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ข้อควรระวัง ดังนี้นะครับ

  1. ไม่ควรสตีฟน้ำยาจนนานเกินไป ดูให้ดีกว่า น้ำยาของเราที่ซื้อมานั้น มีอายุนานแล้วหรือยัง ถ้านานแล้วก็ไม่ต้องไปสตีฟเพิ่มแล้ว ถ้านำไปสตีฟต่อ น้ำยาก็จะหมดอายุได้ จะมีกลิ่นหืนและกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่นๆตามมา จากที่คิดว่าจะนัว กลายเป็น จะอ้วกแทนได้นะครับ
  2. ไม่ควรสตีฟน้ำยาโดยการเอาไปแช่ตู้เย็น จริงอยู่ที่ว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นควรต้องเก็บในที่มืดทึบ ไม่มีแสงแดด แต่เราก็ไม่ควรจะนำไปสตีฟแช่ในตู้เย็น เนื่องจาก จะเกิดไอน้ำในขวดน้ำยาบุหรี่แล้วไปผสมปนเปกับตัวน้ำยา ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อคอของเราแน่นอน อาจจะแทงคอ สำลักควันได้นะทุกคน
  3. ไม่ควรสตีฟน้ำยาในที่ๆโดนแสงแดด จริงอยุ่ที่ว่า การจะสตีฟน้ำยานั้นอยากใช้อุณหภูมิที่อุ่นเข้าช่วย โดยการนำไปไว้ที่อุ่นๆ โดดแดด ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อน้ำยาเท่าไรนัก ซึ่งพวกสารประกอบน้ำยาต่างๆบางชนิด ไม่ค่อยถูกกับแสงแดดเท่าไรนัก โดยเฉพาะสารนิโคติน ซึ่งอาจทำให้สารนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ของเราหมดอายุเร็วขึ้น

สรุปเนื้อหา

สรุปเนื้อหาละ เดี๊ยวมันจะยาวไปกว่านี้ หลายคนคงขี้เกียจอ่านกันละ แต่ google มันชอบไง ให้ทำไงได้ ฮ่าๆ เอาเป็นว่า นี้คือเนื้อหาสาระความรู้จากประสบการณ์จากการทำน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ของแอดบังแห่งร้าน Madcoweliquid ที่ทำน้ำยาไทยขายมา 4 ปีละ ก็อยากเอามาแชร์เอามาให้ความรู้กับทุกคน ที่เป็นนักสูบหน้าใหม่ หรือ นักสูบรายเก่าแต่ยังมีความเชื่อหรือความรู้ที่ผิดๆอยู่ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่านทุกคนนะครับ

และสุดท้ายจริงๆละขายของนิดนึง อย่าเพิ่งปิดหนี น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า Madcoweliquid ของเรานั้น ทำการสตีฟและบรีทน้ำยาให้ทุกท่านเรียบร้อย ระยะเวลากว่า 30 วันขึ้นไปแล้ว ทุกท่านที่ซื้อน้ำยาของเราไปใช้นั้น โปรดจงมั่นใจได้เลยว่า เป็นน้ำยาที่พร้อมใช้งาน ไม่ต้องไปสตีฟน้ำยาเพิ่มให้เสียเวลาอีกต่อไปแล้ว ทางร้านทำน้ำยาออกมาแบบใส่ใจกับลูกค้าเสมอมาตลอด 4 ปี ไม่ค่อยมีคอมเม้นท์ทางด้านลบจากลูกค้าเลย จะมีก็น้อยมาก และน้ำยาร้านเรา ไม่ค่อยถูกปล่อยขายต่อมือ 2 จากตลาด จึงไม่ค่อยแปลกใจว่า ทำไมคนไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ madcow นี้

Madcow Line

One thought on “สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร รู้เรื่องครบจบที่นี่

  1. Pingback: วิธี เพิ่มความเร็วในการ สตีฟน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ทำยังไงให้นัวเร็ว - madcoweliquid

Comments are closed.